วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เคสกรณีศึกษา



 วัน พุธ ที่17 เดือน มกราคม ปี 2567 เวลา 13.20 สถานที่ อาคารปฐมวัยโรงเรียนบ้านระเภาว์ .

ชื่อ นามสกุล นักเรียน เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี อายุ 4ปี เพศ ชาย ชั้นอนุบาล2

ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล นางสาว ณัฐชา วชิมาเภท

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบ

สังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ (ระบุ)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน คือ แบบสังเกต

ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ

ครูที่ปรึกษา/ครูพี่เลี้ยง

ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา

1.การอยู่ร่วมกับคนหมู่มากจะเป็นคนที่ไม่อยู่นิ่งและจะไปทำอย่างอื่นในเวลาที่ครูพาทำกิจกรรม

2.ทำงานช้ากว่าคนอื่นเพราะมัวแต่เล่น วอกแวกไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน

1 ปัญหา)

พฤติกรรมที่เลือกศึกษา คือ อยู่ร่วมกันกับคนหมู่มากจะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ครูไม่ได้พาทำจึงต้อง

ใช้เครื่องมือเกมการศึกษาจึงได้เห็นชัดว่าเต็กมีความสนใจสิ่งที่ อยู่ตรงหน้าและอยู่นิ่งไม่วอกแวก

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ

ระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)

แนวทางการช่วยเหลือ คือ การออกแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับตัวเด็ก ให้เด็กทำกิจกรรมที่

ตนเองสนใจบ่อยๆพูดในสิ่งที่ตัวเด็กสนใจ ชื่นชมเด็กเมื่อเด็กให้ความร่วมมือ จะทำให้เด็กสนใจและอยากทำกิจกรรมมากยิ่งขึ้น


                                                      แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน


รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ 1

วันที่ 15 เดือน มกราคม พ.ศ 2567

ชื่อ - นามสกุลนักเรียน เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี ชั้น อนุบาล2

ชื่อผู้ปกครอง นางสาวรัตนา ศรกล้า มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น มารดา

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์  Line- Facebook-

ชื่อ บิดา นาย วีรยุทธ ยิ่งทุนดี

ชื่อ มารดา นางสาวรัตนา ศรกล้า

ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ - Line - Facebook-

1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)

เป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ติดถนน บ้านมีรั้วล้อมรอบ บรรยากาศร่มรื่น ลมเย็น

2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)

เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีการจัดสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ

3. บรรยายลักษณะทำทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

ผู้ปกครองมีความใจดี ยิ้มแย้ม ให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์เป็นอย่างดีและมีความใส่ใจในตัวนักเรียน

4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการ

มีความสนใจดูแลบุตรเป็นอย่างดี

5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตแ

รู้สึกยินดีและมีความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียนในการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดีและต้อนรับ

อย่างดีทำให้มีความไว้วางใจที่จะทำบุตรส่งไปโรงเรียน

6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่

หนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)

เมื่อมาถึงบ้านจะทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยแล้วถึงออกไปเล่น

7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่

และนักเรียน)

ชอบชวนกันมาเตะบอล หรือวิ่งเล่นอยู่บริเวณบ้าน

8.บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)

มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปรึกษาพูดคุยกันเป็นอย่างดี

9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา

มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)

ข้อเสนอแนะ ผู้ปกครองควรฝึกการหัดเขียนและการทำงานการบ้านของนักเรียนให้มากกว่านี้


                                  สรุปการสะท้อนคิดในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน

1.ท่านคิดว่าแนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียน ร่วมกับผู้ปกครอง จะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหา

นักเรียนได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด (การวางแผน)

ได้ เพราะ การที่เลือกพัฒนาและส่งเสริมของ เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี ชื่อเล่น อชิ การที่ดิฉันได้เริ่มสังเกตเห็นในตัวเด็กตั้งแต่วันที่ได้เข้ามารับการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ SIL 3 ว่าสมควรที่จะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเร่งด่วน และออกแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับตัวเด็กเองให้เด็กมีความสนใจในการทำกิจกรรมและสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้เป็นเวลานานยิ่งขึ้น โดยได้มีการวางกับครูพี่เลี้ยงและพูดคุยปรึกษากับท่านให้รับทราบร่วมกัน

2. หากจะทำการศึกษานักเรียนคนนี้อย่างต่อเนื่องท่านจะมีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนาและแก้ปัญหาของนักเรียนคนนี้อย่างไรบ้าง (เขียนให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย)

กระบวนการและวิธีการ คือ สังเกตเก็บรายละเอียดของเด็กให้มากที่สุด และบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะช่วยให้คุณครูได้เห็นถึงความสามารถของเด็กอย่างแท้จริง ทำให้คุณครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้คุณครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมินครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะทำให้สามารถช่วยส่งเสริมและมองเห็นแนวทางความสามารถของเต็กในแต่ละบุคคล หรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะ แนวทางในการช่วยเหลือ เช่น เมื่อคุณครูสอนในเรื่องที่เรียนมาแล้วหรือทำกิจกรรมที่เด็กมีความสนใจ ถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดเด็กว่ามีการตอบสนองหรือไม่สนใจในกิจกรรมหรือไม่และครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กเพื่อนำมาวิเคราะห์ในภายหลังการทำกิจกรรมให้มีความเหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเกิดความวิตกกังวล

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ทะเบียนคุมชิ้นงาน


 

การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

     ใบงาน  

บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยและการรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ หน่วยที่ 6: การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง (กำหนดรูปแบบการสื่อสาร-เนื้อหาที่จะสื่อสาร-และจัดทำสื่อ เช่น จดหมาย แผ่นพับ สื่อดิจิทัล ฯลฯ   ในหัวข้อที่กำหนดให้ โดยเลือกทำข้อ 1-6 อย่างน้อย ข้อ คือ

1.) เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

2.)  เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม 






สมุดประจำตัวเด็ก


















บทบาทของครู

    คุณครูปฐมวัยจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กปฐมวัยแต่ละคน อีกทั้งเด็กปฐมวัยแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน เหตุเพราะสภาพแวดล้อมที่เด็กได้เติบโตขึ้นมานั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณครู พ่อแม่ และผู้ปกครองของเด็กจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก จะต้องมีการร่วมมือกันในการช่วยกันพัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการไปพร้อม ๆ กัน


บทบาทของผู้ปกครอง

    ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในประเมินเด็ก ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณครูและผู้ปกครอง เพื่อที่ว่าคุณครูจะได้มีโอกาสพูดคุย แลกความเปลี่ยนคิดเห็น ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ชี้แนะแนวทางแก่ผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผ่านกิจกรรม

ต่าง ๆ



เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 แบบฝึกหัดเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย


 
















วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

นำเสนองานกลุ่มที่7

 โปสเตอร์เชิญชวน




รายงานการประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา 

ทักษะการคิดและการคิดแบบต่าง ๆ

power point ทักษะการคิดและการคิดแบต่าง ๆ




วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กิจกรรม11กลุ่ม

กลุ่มที่1 การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย(สุขภาพ อนามัย การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย)
ความรู้ที่ได้รับ
  ภาวะสุขภาพของเด็กปฐมวัย เด็กควรได้รับวัคซีนและการดูแลสุขภาพโดยมีผู้ปกครองคอยกระตุ้นให้เกิดเป็นกิจวัตรประจำวันเพื่อสุขอนามัยที่ดีเพราะเด็กอนุบาลจะมีพัฒนาการด้านต่างๆดีขึ้นทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก ทําให้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้นใช้มือหยิบจับและใช้งานในกิจกรรมต่างๆได้ดีขึ้น มีอยากรู้อยากเห็น อยากทดลองตามวัยแต่ยังขาดความคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ซึ่งผู้ปกครองครูผู้ดูแลเด็กสามารถยกระดับคุณภาพการดูแลส่งเสริมโภชนาการเด็กโดยมีกิจกรรมหลักที่สำคัญเช่นการประเมินพัฒนาการของเด็กควรยึดหลักดังนี้
1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบถ้วนทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก
2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจําวัน
4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เครื่องมือและจดบันทึก
5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะกับเด็ก

กลุ่มที่2 การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย (กล้ามดเนื้อมัดใหญ่)ของเด็กปฐมวัย

ความรู้ที่ได้รับ
พัฒนาการทางด้านร่างกายสําหรับเด็กคือการเจริญเติบโตทางด้านต่างๆของร่างกาย และการพัฒนาทักษะทางกายภาพให้มีความสามารถในการเคลื่อนไหว รักษาสมดุลขอร่างกายและการควบคุมการทรงตัวได้ดีรวมถึงช่วยประสานสัมพันธ์ของร่างกายให้ทํากิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่วคุณลักษณะตามวัยของพัฒนาการด้านร่างกาย  

กลุ่มที่3 การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย ทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและประสานสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย
ความรู้ที่ได้รับ


กลุ่มที่4 การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจ ลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ จริยธรรม (ต่อตนเองและผู้อื่นของเด็กปฐมวัย)
ความรู้ที่ได้รับ

  ความสำคัญพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งเพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิตเด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคตขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในช่วงนี้เหรือเรียกว่า “บุคลิกภาพ” หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจดี เด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้รับการยอมรับจากผู้อื่นและเด็กก็จะมีความสุขตามมาเมื่อเด็กมีความสุขเด็กจะมีกำลังใจมีแรงจูงใจในการงานตามที่มุ่งหวังและสามารถทนต่อความขัดแย้งได้ดีทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการเด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อยและจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก

กลุ่มที่5การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม การเรียนรู้ ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัย
ทำแบบทดสอบ

ความรู้ที่ได้รับ
 ความสําคัญของทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยเพื่อใช้ในการปฏิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสาร และการอยู่ร่วมกันของบุคคลในสังคมนอกจากนี้ยังส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในการปรับตัวในด้านต่างๆ สังคมในอดีตและปัจจุบันส่งผลกระทบต่อร่างกายจิตใจรวมทั้งพฤติกรรมของเด็กช่วยให้เด็กรู้จักตนเองและถ้าความต้องการของตนเองหรือแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข
              การทํา สังคมมิติ เป็นเครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย แสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน

กลุ่มที่ 6 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม การเล่นของเด็กปฐมวัย



ทำแบบทดสอบหลังเรียน

ความรู้ที่ได้รับ 

หลักในการประเมินพัฒนาการด้านสังคมการเล่น ควรกำหนดเป้าหมายพัฒนาการที่ต้องการให้เกิดกับเด็กในด้านที่ต้องการ เลือกกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมาย อายุ และความสนใจของเด็กและประเมินตามสภาพจริงจากหลากหลายกิจกรรมควรประเมินอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เก็บผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลให้เข้าใจพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลโดยรวม


กลุ่มที่8 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย




ทำแบบทดสอบหลังเรียน



ความรู้ที่ได้รับ
การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์มีวิธีการและเทคนิคที่หลากหลายเช่นการสังเกตและบันทึกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านความคิด การใช้เหตุผลและภาษาของเด็กการสัมภาษณ์พูดคุยกับเด็กจะช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการคิดของเด็กมากขึ้นว่ากระบวนการคิดของเด็กพัฒนาอย่างไรและการถามคําถามวิธีการถามคําถามเด็กมีหลายวิธีด้วยกันทั้งการใช้คําถามทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เด็ก ได้แสดงออกเกี่ยวกับตัวเองในการถามคําถามเด็ก

กลุ่มที่9 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (ภาษา) ฟัง พูด อ่าน เขียน การรู้หนังสือขั้นต้นของเด็กปฐมวัย











ทำแบบทดสอบหลังเรียน

ความรู้ที่ได้รับ

 วิธีการและเครื่องมือการประเมินภาษาและการรู้หนังสือสําหรับเด็กปฐมวัยการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยครูสามารถเก็บรวบรวมทั้งจากการสังเกตพฤติกรรมของเด็กได้จากเหตุการณ์ที่ณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันและจัดสถานที่จะทํา ให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ต้อง การประเมินอย่างสอดคล้องและเหมาะสมในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยสามารถดำเนินการได้ดังนี้
              การเก็บรวบรวมข้อมูลควบคู่กับการจัดประสบการณ์โดยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กวัยมี การสังกตและบันทึกพฤติกรรมหรือคํา พูดของเด็กครูควรใช้เวลาในการสังเกตและเฝ้าดูเด็กเพื่อให้ทราบว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่นความต้องการความสนใจและต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด


กลุ่มที่10 การประเมินทักษะทางด้านสติปัญญา ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย 



ทำแบบสะท้อนความคิดจากการรับชมวิดีโอ


ทำแบบทดสอบ


ความรู้ที่ได้รับ
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยเป็นทักษะที่ครูควรจะส่งเสริมให้กับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทักษะสําคัญที่ควรส่งเสริมเป็นพื้นฐานได้แก่ ทักษะการจํา แนกเปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ การเรียงลําดับ และการวัดซึ่งสามารถจัดให้อยู่ในรูปของกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลายและเป็นไปตามธรรมชาติสอดคล้องกันกับกิจวัตรประจํา วันของเด็ก ก็จะเป็นการช่วยวางรากฐานและส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สําคัญให้กับเด็กปฐมวัย
กลุ่มที่11 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย




แบบทดสอบหลังเรียน



ความรู้ที่ได้รับ
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยเป็นการตอบสนองและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัวและพัฒนาทักษะทางสติปัญญาต่างๆเนื่องจากเด็กในระดับปฐมวัยมีพฤติกรรมธรรมชาติของการสืบเสาะหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์อยู่ในตนเอง การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสมที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด ให้ได้ทั้งกระบวนการเรียนรู้และองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของเด็กในด้านต่างๆ


กลุ่มที่12 การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย



ความรู้ที่ได้รับ

   พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆจะค้นหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองของแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตดต่างกันไปทั้งในจุดเด่นและจุดด้อยซึ่งความสามารถทางพหุปัญญาจำแนกออกเป็น 9ด้าน 
 ความสำคัญของทฤษฎีพหุปัญา
 บุคคลจะมีปัญญาในแต่ละด้านไม่เท่ากัน แต่ก็สามารถจัดประสบการณ์ และการเรียนรู้ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาปัญญาของบุคคลได้

 




แบบประเมินBLOGรายบุคคล

  ลิ้งค์ประเมิน BLOG รายบุคคล นางสาวณัฎฐณิชา เรืองคำ https://forms.gle/jonHSthUUgMt9rjE6