วัน พุธ ที่17 เดือน มกราคม ปี 2567 เวลา 13.20 สถานที่ อาคารปฐมวัยโรงเรียนบ้านระเภาว์ .
ชื่อ นามสกุล นักเรียน เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี อายุ 4ปี เพศ ชาย ชั้นอนุบาล2
ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล นางสาว ณัฐชา วชิมาเภท
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบ
สังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ (ระบุ)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน คือ แบบสังเกต
ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ
ครูที่ปรึกษา/ครูพี่เลี้ยง
ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา
1.การอยู่ร่วมกับคนหมู่มากจะเป็นคนที่ไม่อยู่นิ่งและจะไปทำอย่างอื่นในเวลาที่ครูพาทำกิจกรรม
2.ทำงานช้ากว่าคนอื่นเพราะมัวแต่เล่น วอกแวกไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน
1 ปัญหา)
พฤติกรรมที่เลือกศึกษา คือ อยู่ร่วมกันกับคนหมู่มากจะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ครูไม่ได้พาทำจึงต้อง
ใช้เครื่องมือเกมการศึกษาจึงได้เห็นชัดว่าเต็กมีความสนใจสิ่งที่ อยู่ตรงหน้าและอยู่นิ่งไม่วอกแวก
แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน
แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ
ระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)
แนวทางการช่วยเหลือ คือ การออกแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับตัวเด็ก ให้เด็กทำกิจกรรมที่
ตนเองสนใจบ่อยๆพูดในสิ่งที่ตัวเด็กสนใจ ชื่นชมเด็กเมื่อเด็กให้ความร่วมมือ จะทำให้เด็กสนใจและอยากทำกิจกรรมมากยิ่งขึ้น
แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน
รายการเยี่ยมบ้าน ครั้งที่ 1
วันที่ 15 เดือน มกราคม พ.ศ 2567
ชื่อ - นามสกุลนักเรียน เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี ชั้น อนุบาล2
ชื่อผู้ปกครอง นางสาวรัตนา ศรกล้า มีความเกี่ยวข้องกับนักเรียน โดยเป็น มารดา
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ Line- Facebook-
ชื่อ บิดา นาย วีรยุทธ ยิ่งทุนดี
ชื่อ มารดา นางสาวรัตนา ศรกล้า
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ - Line - Facebook-
1. บรรยายสภาพบ้านและบริเวณที่ตั้ง (ใช้การสังเกต)
เป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ติดถนน บ้านมีรั้วล้อมรอบ บรรยากาศร่มรื่น ลมเย็น
2. บรรยายสภาพภายในบ้าน (ใช้การสังเกต)
เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีการจัดสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ
3. บรรยายลักษณะทำทีของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดา (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
ผู้ปกครองมีความใจดี ยิ้มแย้ม ให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์เป็นอย่างดีและมีความใส่ใจในตัวนักเรียน
4. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อนักเรียน (ใช้การสังเกตและการ
มีความสนใจดูแลบุตรเป็นอย่างดี
5. บรรยายเจตคติของผู้ปกครองหรือ บิดา มารดาที่มีต่อโรงเรียน (ใช้การสังเกตแ
รู้สึกยินดีและมีความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียนในการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดีและต้อนรับ
อย่างดีทำให้มีความไว้วางใจที่จะทำบุตรส่งไปโรงเรียน
6. บรรยายภาวะการเรียนของนักเรียนมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น โอกาสในการทำการบ้าน การอ่
หนังสือ (ใช้การสัมภาษณ์ผู้ปกครองและนักเรียน)
เมื่อมาถึงบ้านจะทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยแล้วถึงออกไปเล่น
7. บรรยายลักษณะเพื่อนบ้านหรือเพื่อนเล่นของนักเรียน (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์เพื่
และนักเรียน)
ชอบชวนกันมาเตะบอล หรือวิ่งเล่นอยู่บริเวณบ้าน
8.บรรยายความสัมพันธ์ของนักเรียนกับสมาชิกในครัวเรือน (ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์)
มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ปรึกษาพูดคุยกันเป็นอย่างดี
9. แนวทางความร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากผู้ปกครองหรือ บิดา
มารดา (ใช้การสังเกต การสัมภาษณ์และการให้คำปรึกษาร่วมด้วย)
ข้อเสนอแนะ ผู้ปกครองควรฝึกการหัดเขียนและการทำงานการบ้านของนักเรียนให้มากกว่านี้
สรุปการสะท้อนคิดในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน
1.ท่านคิดว่าแนวทางและข้อเสนอแนะที่ได้จากโรงเรียน ร่วมกับผู้ปกครอง จะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหา
นักเรียนได้หรือไม่ได้ เพราะเหตุใด (การวางแผน)
ได้ เพราะ การที่เลือกพัฒนาและส่งเสริมของ เด็กชาย วัชรากร ยิ่งทุนดี ชื่อเล่น อชิ การที่ดิฉันได้เริ่มสังเกตเห็นในตัวเด็กตั้งแต่วันที่ได้เข้ามารับการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ SIL 3 ว่าสมควรที่จะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเร่งด่วน และออกแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับตัวเด็กเองให้เด็กมีความสนใจในการทำกิจกรรมและสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้เป็นเวลานานยิ่งขึ้น โดยได้มีการวางกับครูพี่เลี้ยงและพูดคุยปรึกษากับท่านให้รับทราบร่วมกัน
2. หากจะทำการศึกษานักเรียนคนนี้อย่างต่อเนื่องท่านจะมีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนาและแก้ปัญหาของนักเรียนคนนี้อย่างไรบ้าง (เขียนให้เห็นถึงกระบวนการ วิธีการและความร่วมมือจากทุกฝ่าย)
กระบวนการและวิธีการ คือ สังเกตเก็บรายละเอียดของเด็กให้มากที่สุด และบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะช่วยให้คุณครูได้เห็นถึงความสามารถของเด็กอย่างแท้จริง ทำให้คุณครูติดตามความก้าวหน้าของเด็กได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้คุณครูประเมินเด็กอย่างครอบคลุมทุกรายการประเมินครูที่ทำบันทึกข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลจะทำให้สามารถช่วยส่งเสริมและมองเห็นแนวทางความสามารถของเต็กในแต่ละบุคคล หรือให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างเหมาะ แนวทางในการช่วยเหลือ เช่น เมื่อคุณครูสอนในเรื่องที่เรียนมาแล้วหรือทำกิจกรรมที่เด็กมีความสนใจ ถามคำถามให้เด็กแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดเด็กว่ามีการตอบสนองหรือไม่สนใจในกิจกรรมหรือไม่และครูควรจดบันทึกคำพูดของเด็กเพื่อนำมาวิเคราะห์ในภายหลังการทำกิจกรรมให้มีความเหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ต้องสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล ครูควรคุยในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ทำให้เด็กเกิดความวิตกกังวล


































































